ต้นน้ำ หมู่ไม้ ผลิบาน รากแก้ว กระแสธาร มิ่งมิตร
เขียนความ จับแก่น บันทึกไว้ ที่ข้องเกี่ยว
|

คลื่นความคิด จากจิตวิวัฒน์

โดย จารุพรรณ กุลดิลก

 


หนังสือ “คลื่นความคิด จากจิตวิวัฒน์” เพิ่งจะมีการเปิดตัวไป เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีพระคุณเจ้าพระไพศาล วิสาโล ศ.นพ. ประสาน ต่างใจ ศ. สุมน อมรวิวัฒน์ ผศ.ดร. จุมพล พูลภัทรชีวิน และ ดร. สรยุทธ รัตนพจนารถ เป็นวิทยากร

 

ทั้ง ๕ ท่านได้บอกเล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อเหตุการณ์มหันตภัยสึนามิ รวมทั้งแนะนำข้อเขียนต่าง ๆ ที่อยู่ในหนังสือให้ฟังอย่างคร่าว ๆ ข้อเขียนบางชิ้นเกิดขึ้นทันทีหลังจากเกิดเหตุการณ์ ซึ่งออกมาในรูปของคำกลอนบ้าง บทความบ้าง รวมทั้งมีถ้อยคำร้อยเรียงจากสมาชิก และบทบันทึกการประชุมกลุ่มจิตวิวัฒน์ ของต้นเดือนมกราคมแนบอยู่ในตอนท้ายของเล่ม

 

ที่น่าติดตามคือ แม้ท่านผู้เขียนแต่ละท่านจะสะท้อนแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป โดยผ่านความรู้และประสบการณ์ของท่านที่สั่งสมมา อย่างไรก็ตาม จะมีถ้อยคำบางคำที่คล้ายคลึงกัน เช่น เราได้เรียนรู้อะไรจากธรรมชาติ และหลายท่านคิดตรงกันคือ โลกและธรรมชาติกำลังเจ็บป่วย และกำลังจะทวีความทุกข์ความรุนแรงมากขึ้น

 

ดังเช่น ที่คุณหมอวิธานเขียนไว้ว่า “ ถ้าเปรียบแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิดั่ง อาการปวดท้องและท้องเสียอย่างรุนแรง ในขณะที่ไต้ฝุ่นทอร์นาโดเหมือนอาการไข้ อาจจะหมายถึงสัญญาณเตือนว่าโลกกำลังป่วย เธอกำลังมีทุกข์ และทรมานไม่น้อยไปกว่าพวกเรา ที่กำลังโศกเศร้า และมีความทุกข์กันอยู่ในตอนนี้”

 

รวมทั้งคุณหมอประสาน ที่เขียนในหัวข้อ “ถึงเวลาที่เราสะท้อนความคิดได้แล้ว” ว่า “บางทีต้นเหตุแท้จริง อาจอยู่ที่วิธีคิด และการดำรงชีวิตของเราก็ได้ ดังนั้น ในที่นี้ และวันนี้ มันคงถึงเวลาที่เราต้องทบทวนตัวเองมากกว่า ทบทวนเพื่อให้รู้ว่าวิถีการดำรงอยู่ของเรา กับความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันกับชีวิตอื่น และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ความสุขชั่วคราวของเราแลกมาด้วยความทุกข์ของสิ่งแวดล้อม ของธรรมชาติ นั้น คงไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำเขาได้ฝ่ายเดียว”

 

กว่าหนังสือเล่มนี้จะเรียบเรียงเสร็จ ใช้เวลาร่วม ๓ เดือน ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามกระแสของสังคมแต่อย่างใด เพียงแต่เหตุการณ์นี้ได้ย้ำเตือน สิ่งที่กลุ่มจิตวิวัฒน์กำลังประมวล สรุปและสังเคราะห์ร่วมกัน ด้วยแนวความคิดที่จะรวบรวมความรู้ ที่ทำให้มนุษย์สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ได้ เป็นความรู้ในด้านสุขภาวะทางจิตวิญญาณ เพราะเมื่อจิตสุขสงบ คนก็จะมองอะไรได้ชัดเจนขึ้น สามารถเปลี่ยนแนวคิด และวิถีทางในการดำรงชีวิต มีกระบวนทัศน์ใหม่ ที่สอดคล้องกับบริบทของสังคม และสถานการณ์ในปัจจุบัน

 

แต่เนื่องจากวิถีชีวิตทุกวันนี้เร่งรีบรีบร้อน ดังนั้น การเข้าถึงความสงบ ที่จะนำไปสู่คำตอบของปัญหาทั้งหลาย จึงเป็นเรื่องยากยิ่ง โดยเฉพาะปัญหาของคนหมู่มาก จำเป็นต้องใช้การฟังอย่างลึกซึ้ง ( deep listening) และการใคร่ครวญไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งเช่นเดียวกัน

 

ผู้เขียนเชื่อว่าคำตอบมีอยู่แล้วในทุกหนทุกแห่ง และมีอยู่ในธรรมชาติรอบ ๆ ตัวเรา หากแต่เราไม่นิ่งพอที่จะเห็นคำตอบเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน ดังนั้น จึงต้องมีหนทางอันแยบยล ผ่านความรู้อันหลากหลาย ที่จะช่วยให้เราเข้าถึงความเป็นจริงของสรรพสิ่ง สามารถรักเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติได้มากขึ้น

 

ความรู้หลายเรื่องมีความงามอยู่ไม่ใช่น้อย ทำให้เข้าถึงและเข้าใจธรรมชาติได้ง่ายขึ้น กระจ่างชัดมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ความรู้ในเรื่องวาบิ ซาบิ การจัดดอกไม้ด้วยการวางเพียงครั้งเดียวให้สวยงาม จัดดอกไม้แล้วดอกไม้ก็จัดเรา เป็นการฝึกฝนที่จะมองธรรมชาติอย่างที่เป็น หรือ ความรู้เรื่อง “สาส์นจากวารี (Messages from Water)” ที่มีการศึกษาผลึกอันวิจิตรของน้ำ ในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ ๆ ตัวเรานี่เอง หรือความรู้จากมหาวิทยาลัยนาโรปะ ที่มีการศึกษาเรื่องนิเวศน์วิทยาแนวลึก ทั้งวิทยาศาสตร์ จิตวิญญาณ และการรับใช้สังคมแนวทางต่าง ๆ หรือความรู้จากหมู่บ้านพลัม ที่เสนอวิถีชีวิตอันเรียบง่าย อันจะทำให้เกิดความเบิกบานในสังคม โดยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยการใช้สติในทุก ๆ ขณะ เป็นต้น

 

ความรู้ต่าง ๆ จากทั่วโลกได้ถูกรวบรวมขึ้น และประมวลผ่านการประชุมจิตวิวัฒน์ ทุกวันจันทร์ต้นเดือน ณ ห้องประชุมมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งสมาชิกในกลุ่มได้ช่วยกันวิเคราะห์ สังเคราะห์มาระยะหนึ่งแล้ว และหลังจากเกิดเหตุการณ์มหันตภัยสึนามิ สมาชิกได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่เรียนรู้ร่วมกันกว่า ๑ ปี มาเรียบเรียงและนำเสนอในแง่มุมต่าง ๆ

 

ดังนั้นหนังสือ “คลื่นความคิด จากจิตวิวัฒน์” จึงเปรียบเสมือนคู่มือ ที่ช่วยนำไปสู่สุขภาวะทางจิตวิญญาณได้โดยง่าย เพราะมีตัวอย่างให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เข้าถึงและเข้าใจว่าความรู้ของมนุษย์ยังไม่พอ จำเป็นต้องเรียนรู้ และฝึกฝนต่อไป เพื่อจะพบคำตอบ ที่ทำให้มนุษย์สามารถอยู่รอดได้ในอนาคต

 

นอกจากนี้ ยังมีหนังสือที่เกี่ยวข้องอยู่จำนวนมากทั้งไทยและต่างประเทศ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรายชื่อหนังสือโดยตรงมายังโครงการจิตวิวัฒน์ ทั้งนี้เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันจะเป็นประโยชน์กับสาธารณชนในวงกว้างต่อไป


ตีพิมพ์ใน มติชนรายวัน วันเสาร์ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๔๘

|
-
กลับสู่ด้านบน
ปรับปรุงครั้งล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘
Copyleft 2005 by JitWiwat.org