ต้นน้ำ หมู่ไม้ ผลิบาน รากแก้ว กระแสธาร มิ่งมิตร
เขียนความ จับแก่น บันทึกไว้ ที่ข้องเกี่ยว
|

สันติภาพนั้นแลคือหนทาง

โดย เดวิด สปิลเลน  

 


"ไม่มีหนทางใดนำไปสู่สันติภาพ สันติภาพนั้นแลคือหนทาง"

มหาตมะ คานธี

 

 

ผู้อ่านบทความล่าสุดของผู้เขียนบางท่าน (สงครามศักดิ์สิทธิ์หรือ?, มติชนรายวัน 29 มกราคม 2548) แสดงความเห็นว่า ความคิดของผู้เขียนในบทความนั้นเป็นอุดมคติมากเกินไป พระพุทธองค์อาจทรงมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ หรือพระเยซูเจ้าอาจสามารถให้อภัยและรักเหล่าศัตรูของพระองค์ แต่คนธรรมดาสามัญอย่างพวกเราไม่สามารถประพฤติเช่นนั้นได้

 

แม้กระนั้น ยังมีตัวอย่างบุคคลอีกมากมายที่มีชีวิต และยังคงดำเนินชีวิตอยู่ โดยปราศจากความรุนแรง

มีตัวอย่างบุคคลในยุคใหม่มากมาย ซึ่งสมควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง บางคนอาจเป็นที่รู้จักกันดี บางคนอาจจะไม่

 

คนส่วนใหญ่จะต้องเคยได้ยินชื่อของท่านมหาตมะ คานธี หรืออาจจะเคยได้ยินชื่อ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง แล้วชีวิตที่เป็นแบบอย่างอื่นๆ ล่ะ

 

ข้าพเจ้าจะขอยกบางตัวอย่างมากล่าวถึงในบทความนี้

 

มีกี่คนที่ตระหนักว่า เนลสัน แมนเดลา ถูกจำคุกนานถึง 27 ปี จากการต่อต้านนโยบายเหยียดผิวของรัฐบาลแอฟริกาใต้ในเวลานั้น กระนั้น เมื่อเขาได้รับการปลดปล่อย และได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา เขาได้เชิญผู้คุมคุกคนหนึ่ง มาเป็นแขกวีไอพีในพิธีเข้ารับตำแหน่ง

มีกี่คนที่รู้ว่าในปี 1981 พระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ถูกมือปืนรับจ้างลอบยิง เมื่อท่านทุเลาจากบาดแผลฉกรรจ์ในเวลาต่อมา ทรงเข้าไปในคุก เพื่อเยี่ยมชายคนที่ยิงท่าน และให้อภัยเขาสำหรับอาชญากรรมที่ก่อขึ้น ทรงกลับไปเยี่ยมชายคนนั้นในคุกอีกหลายครั้ง เมื่อพระสันตะปาปาสิ้นพระชนม์ ชายผู้พยายามสังหารท่านร่ำไห้จนน้ำตานองหน้า

 

ในเดือนมกราคม 1995 ซานดิเอโก, แคลิฟอร์เนีย นักศึกษามุสลิมวัย 20 ปี ซึ่งทำงานพิเศษเป็นคนส่งพิซซ่า ถูกยิงเสียชีวิตโดยเด็กชายวัย 14 ปี บิดาของเด็กที่เสียชีวิต อาซิม คามิซา หัวใจสลายอย่างแท้จริง ครูซูฟี (มุสลิมแนวรหัสยนัย) ท่านหนึ่งบอกอาซิมว่า ปฏิกิริยาของเขาต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ จะเป็นตัวกำหนดชีวิตของเขานับแต่นี้ไป ว่าจะเป็นอย่างไร อาซิมติดต่อปู่ของคนฆ่าลูกชายของเขา และร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิ ซึ่งใช้ละครจากชีวิตจริงที่น่าประทับใจสอนเด็กๆ ให้เลือกเส้นทางแห่งอหิงสา อาซิมเข้าไปเยี่ยมเด็กที่ฆ่าลูกชายของเขาในคุก เพื่อให้อภัยเด็กคนนั้น และเสนองานในมูลนิธิให้เมื่อพ้นโทษแล้ว

 

ในเดือนเมษายน 1996 ผู้ก่อการร้ายเข้าไปในอารามแห่งหนึ่งในนิกายคาทอลิก (คล้ายวัดป่าในพุทธศาสนา) ในพื้นที่ห่างไกลของแอลจีเรีย และจับนักบวช 7 คนเป็นตัวประกัน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแอลจีเรียปล่อยผู้ก่อการร้ายบางคนออกจากคุก หาไม่ก็จะประหารนักบวชเหล่านี้ รัฐบาลปฏิเสธ และนักบวชทั้งเจ็ดคนถูกตัดศีรษะ ศีรษะของพวกท่านถูกพบ ณ ต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่ไม่พบร่าง ต่อมาเมื่อค้นพบเอกสารส่วนตัวของเจ้าอาวาสที่ถูกสังหาร พวกเขาพบข้อเขียนชิ้นสุดท้ายของท่าน เมื่อทราบว่าอาจจะถูกผู้ก่อการร้ายลักพาตัว และสังหาร ท่านเขียนว่า "หากช่วงขณะนั้นมาถึง ฉันหวังว่าจะมีความตระหนักรู้ และมีเวลาที่จะถามหาการประทานอภัยจากองค์พระบิดา และในเวลาเดียวกันก็ให้อภัยอย่างจริงใจแก่คนที่ทำร้ายฉัน"

 

เมื่อกล่าวถึงชายนิรนามซึ่งจะสังหารท่าน ท่านเขียนว่า "และสำหรับเธอ สหายในวาระสุดท้าย ซึ่งไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไร ใช่แล้ว สำหรับเธอ ฉันปรารถนาว่า ด้วยคำขอบคุณนี้ ... พวกเราอาจพบกันบนสรวงสวรรค์ ถ้าพระบิดาทรงโปรด ... อาเมน! อินชา อัลลาห์!"

 

องค์ทะไล ลามะ มักจะเอ่ยถึงเรื่องนี้เสมอ เมื่อท่านสอนเรื่องการให้อภัย โลปอน-ลา เป็นพระที่ทะไล ลามะ รู้จักมาตั้งแต่อยู่ในทิเบต "หลังจากข้าพเจ้าหลบหนีออกจากทิเบต โลปอน-ลา ถูกจับขังคุกเป็นเวลานานถึง 18 ปี เมื่อท่านได้รับอิสรภาพในท้ายที่สุด ท่านเดินทางมายังอินเดีย ข้าพเจ้าไม่ได้พบท่านนานถึง 20 ปีแล้ว แน่นอนท่านดูชราภาพลง แต่ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ จิตใจของท่านก็ยังคงเฉียบคม แม้จะอยู่ในคุกนานหลายปี ท่านยังคงเป็นพระที่สุภาพเรียบร้อย ท่านบอกข้าพเจ้าว่า จีนพยายามบังคับให้ท่านติเตียนศาสนาของตนเอง พวกนั้นทรมานท่านหลายครั้งในคุก ข้าพเจ้าถามท่านว่า ท่านเคยหวาดกลัวบ้างไหม โลปอน-ลา บอกข้าพเจ้าในตอนนั้นว่า ใช่ครับ มีสิ่งหนึ่งที่ผมนึกหวาดกลัวอยู่เสมอ ผมกลัวจะสูญเสียความเมตตาที่มีต่อชาวจีน"

 

ผู้เขียนไม่ประสงค์การเข่นฆ่าหรือความรุนแรง

 

ท่านก็ไม่ประสงค์การเข่นฆ่าหรือความรุนแรง

 

พวกเราล้วนไม่ประสงค์การเข่นฆ่าหรือความรุนแรง

 

แต่คำเทศนานี้ยังไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

 

พวกเราไม่สามารถสร้างสันติสุขให้แก่โลกภายนอกได้

 

สิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือ

 

เป็นแบบอย่างของคุณธรรมดังกล่าวเท่านั้น

 

ไม่มีหนทางอื่น

 

ไม่มีหนทางใดนำไปสู่สันติภาพ

 

สันติภาพนั้นแลคือหนทาง


ตีพิมพ์ในมติชนรายวัน วันที่ 7 พฤษภาคม 2548

|
-
กลับสู่ด้านบน
ปรับปรุงครั้งล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘
Copyleft 2005 by JitWiwat.org