กลุ่มสุขวิหาร
"เราทุกคนต่างก็มีที่กำเนิดแห่งความสุขและสมดุลอยู่ภายใน เป็นเรื่องธรรมดาๆเกี่ยวกับการกำหนดทิศทาง และเลือกใช้ประโยชน์จากพลังงานของเราอย่างถูกต้องนั่นเอง การกำหนดทิศทางนี้ไม่ใช่เรื่องการบังคับขู่เข็ญ หรือการควบคุมด้วยแบบแผน กฎเกณฑ์ เป็นขบวนการตามธรรมชาติที่เริ่มทำงานเมื่อเรารู้จักการพักผ่อน และสามารถได้ประโยชน์จากลมหายใจ ความรู้สึกและความคิด สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เราปรับระบบสมดุลภายใน และปล่อยให้พลังงานของเราเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระมากขึ้น
การผ่อนคลายเป็นระบบการรักษาตนเอง ที่เราสามารถนำมาใช้คลายความวิตกกังวล และความขุ่นข้องหมองใจ อันเป็นความกดดันที่ทำให้พลังงานของเราทึบทึม
วิถีทางแห่งจิตวิญญาณนั้นมีอุปสรรคมากมาย เช่นการโต้แย้งจากตัวเราเอง ความรู้สึก ความกังวลหรือแม้กระทั่งเพื่อนฝูงหรือครอบครัวของเรา สิ่งแวดล้อมที่ดีจึงมีความสำคัญ เมื่อเรามีความสนใจวิถีทางแห่งจิตวิญญาณ เราจึงควรติดต่อกับบุคคลที่มีธรรมชาติคล้ายคลึงกัน ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลและคุ้มครองเราได้ และจะสร้างความสับสนแก่เราน้อยที่สุด ดีแน่หากเราสามารถดูแลตัวเองได้ แต่กว่าที่จะทำได้ เราจะต้องเลือกสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนและกลมกลืน นี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหนีโลก เพียงแต่หมายความว่าเราจะต้องคุ้มครองตัวเองได้ระดับหนึ่ง เมื่อเรามีพลังใจที่เข้มแข็ง เราก็อาจดูแลคนอื่นๆได้เช่นเดียวกับที่ดูแลตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม การเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้อื่นก่อนเวลาอันสมควร ก็อาจทำให้เราสูญเสียพลังที่ได้รับมา
ทางที่ดีที่สุดทางหนึ่งที่จะอบรมตัวเองคือ การผูกไมตรีกับตัวเอง เมื่อเรามีความสุข อัตตาของเราจะสงบ ไม่ก่อกวนให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจ ที่เรามีปัญหาก็เพราะเราไป คิดเอา ว่าเรามีปัญหา และพอเรา เชื่อ ว่าเรามีปัญหา เราก็ถูกจับอยู่ในความขุ่นข้องใจ ความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อเราไม่รับฟังเสียงเพรียกจากภายในตัวเรา
หลายร้อยปีมาแล้ว ที่โลกมีศรัทธาอย่างใหญ่หลวงต่อศาสนธรรมและจิตวิญญาณ แต่เมื่อคนเริ่มสนใจทางวิทยาศาสตร์ ทัศนคติอันนี้ก็เปลี่ยนไป ทุกสิ่งจะต้องถูกพิสูจน์ด้วยความคิดและหลักวิทยาศาสตร์ และเนื่องจากความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นจากความบันดาลใจ หรือเกิดจากศรัทธานั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะคาดได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ดังนั้น การอุทิศตัวและความศรัทธาจึงกลายเป็นสิ่งที่แสดงความอ่อนแอ ทุกวันนี้แม้แต่ความพยายาม เมื่อเราตั้งใจอุทิศตัวก็ยังสร้างความขัดแย้งภายในตัวแก่เรามากมาย
ความรู้ตัวภายใน คือธรรมชาติของตัวเราจริงๆ ความรู้ การเรียนรู้ และประสบการณ์ประจำวันของเราทั้งหมด อาจเรียกได้ว่าเป็นครูของเรา เราจึงควรกลับมามองจากภายในเพื่อให้ตัวเราเป็นครูสอนตัวเราอย่างแท้จริง จนสามารถเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเอง เพื่อช่วยเหลือตนเองและขยายดุลภาพนี้สู่ผู้อื่น"
(คัดจาก ดุลยภาพแห่งชีวิต โดยตาร์ถัง ทุลกูล สนพ.โกมลคีมทอง)
นี้จึงเป็นที่มาของความพยายามเกิดกลุ่ม
สุขวิหาร
หรือ Happiness Center
เราจะเป็นพลังใจให้แก่กันและกัน
จนสามารถแผ่อาณาจักรแห่งความสุขของเราไปสู่ผู้คนรอบข้าง
เราเป็นกลุ่มเล็กๆ
ในช่วงแรกเป็นกลุ่มปิด
พบกันเดือนละ
๑ ครั้ง ตั้งแต่เวลา
๑๔.๐๐๑๗.๐๐น.
โดยนิมนต์
ท่านว.วชิรเมธีเป็นผู้นำกิจกรรมช่วยให้รายการราบรื่น
เกิดความสุข
กิจกรรมของกลุ่ม
เริ่มด้วยการจิบน้ำชาร่วมกัน
เป็นการอุ่นเครื่อง
๑. ภาวนาด้วยการนั่งและเดิน
สู่ความสุขอันประณีต
ครึ่งชั่วโมง
๒. เสวนา พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ
มีแต่การฟัง
ไม่ใช่การถามตอบ
รดน้ำเมล็ดพันธุ์ดีๆแก่กันและกัน
สัก ๑ ชั่วโมง
๓. แผ่เมตตาจากหัวใจ
ไม่ใช้คำพูดจากหัวสมอง
เพื่อให้ทุกคนกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
๔. พูดคุยจากการอ่านพระสูตร
เปิดมิติการศึกษาของพระไตรปิฎก
ขอให้ทุกคนอ่านล่วงหน้า